365 DNI

เห็นคนพูดถึง “365 DNI” หรือถ้าเป็นภาษาไทยก็คือ “365 วัน” นั่นแหละ ก็เลยต้องหามาดูบ้าง ทั้งที่ไม่ได้สนใจแต่แรก แต่ดูแล้วรู้สึกว่า “นี่มันอะไรครับเนี่ย เสียเวลาชิบหายเลยคร้าบ” ไม่เข้าใจว่าวิ๊ดว้ายกระตู้วู้กับเรื่องนี้กันโครมครามกันทำไม ถ้าตัดฉาก Sex Scene ออกแล้วมันมีอะไรแตกต่างจากพล็อตละครไทยที่คุ้นชิน?

หรือชอบแค่ฉาก Sex Scene? แต่เรื่องนี้ฉากเซ็กซ์หรืออีโรติกมันก็ไม่ได้ดีเด่ขนาดนั้นมั้ย? (เรามี Porn Hub คอยตอบสนองส่วนนี้อยู่แล้ว? ทำได้ดิบเถื่อนถึงใจกว่าอีก) หรือเพราะมันเป็นพล็อตที่คุ้นชินกัน ก็เลยชอบใจ?

ต้องบอกก่อนว่าไม่เคยอ่านนิยายที่เป็นต้นเรื่อง (เขียนโดย แบลงกา ลิปินสกา) ที่จะเขียนถึงนี้มีพื้นมาจากที่แพร่ภาพใน Netflix เท่านั้น

เล่าเรื่องย่นย่อ คือ ชายหนุ่มรวยมากจากธุรกิจผิดกฎหมาย (มั้ง) ประมาณว่าเป็นมาเฟียน่ากลัวนักหนาขนาดว่าเมืองทั้งเมือง ติดใจสาวสวยคนหนึ่งก็เลยแอบติดตาม วางยา ลักพาตัวกลับไปคฤหาสร้อยล้านพันล้านทและบอกว่าฉันจะใช้เวลา 365 วันทำให้เธอรักฉันให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็จะปล่อยเธอไป

อ้าว เฮ้ย เอาจริงนะ ปรับพล็อตเรื่องซะหน่อยนี่นึกว่าเรื่อง “จำเลยรัก” กักขังฉันเถิด กักขังไป ขังตัว อย่าขังหัวใจดีกว่า มันนิยายเพ้อฝันที่เห็นกันเกร่อในละครเมืองไทยนี่แหละ

และนี่คือเหตุผลที่เราไม่ชอบ คือเรื่องการบังคับโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมแต่แรก สำหรับเรา การลักพา ก็คือ อาชญากรรม ไม่ควรโดนเคลือบว่าเป็นการแสดงออกเชิงโรแมนติก

ลองนึกถึงกรณีของ นาตาชา แคมพุช เด็กหญิงวัย 10 ปี ที่โดนลักพาตัวไปนานถึง 8 ปีกว่าจะหลบหนีออกมาได้

ลองนึกถึงกรณีที่น่าสลดใจอย่างยิ่งของ จุนโกะ ฟูรุตะ เด็กสาวที่โดนกลุ่มวัยรุ่นชาย 4 คนลักพากักขังทารุณกรรมจนเสียชีวิต

ลองนึกถึง…อีกนับไม่ถ้วนที่มีเหยื่อจากการลักพาตัว ข่มขืน ทารุณกรรม

ใครจะว่าเราดัดจริตโลกสวยคิดมากกับเรื่องแบบนี้ เราก็ไม่ว่านะ สำหรับเรา เราถือสากับเรื่องนี้มาก เราถึงไม่ได้ดูละครไทยหลายเรื่องเพราะเรารับพล็อตเรื่องกับการแสดงออกมาไม่ได้

ในละครไทยหลายเรื่องแสดงให้เห็นทั้งความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ราวกับมันเป็นวิธีแสดงความรักที่ถูกต้อง เราเห็นตัวเอกแสดงกิริยาด่าทอ ดูถูก การทะเลาะ กักขัง หน่วงเหนี่ยว ลวนลาม หรือแม้กระทั่งข่มขืน

เรื่อง “365 DNI” ก็แนวนี้ พระเอกรวย มีเงิน มีอำนาจ ลักพานางเอกมาบำเรอความต้องการของตัวเอง ราวกับว่าความ หล่อ รวย คือใบอนุญาตให้ล่วงละเมิดคนอื่นได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แล้วเรื่องทำนองนี้มักจะแสดงให้เห็นว่าพระเอกเป็นคนเลวร้ายนะ แต่ที่พระเอกรุนแรงเพราะเคยมีปมในใจมาก่อน และสุดท้ายนางเอกก็รักษาปมนั้นของพระเอกได้ แล้วก็จบแบบ Happy Ending เรื่องเลวร้ายทุกสิ่งสลายไปหมด ตัวนางเอกที่เป็นเหยื่อโดนกระทำจะให้อภัยและกลายเป็นความรัก

แต่หากคนกระทำเป็นตัวอิจฉา หรือตัวโกง ก็มักจะแค่ตายหรือกลายเป็นบ้าในตอนจบ ซึ่งไม่ได้แสดงถึงผลกระทบที่น่ากลัวอย่างที่เป็นในชีวิตจริงแม้แต่น้อย

เราอ่านนิยายสมัยก่อนเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ เราดูละครหลายเรื่อง ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเข้าประเด็นที่ว่า องคชาติเป็นศูนย์กลางจักรวาล เราอาจจะได้เห็นพระเอกโง่ ๆ ขาดสติ หุนหันพลันแล่น โดนปั่นหัวง่าย แต่เป็นที่หมายปองของผู้หญิงหลายคน จนเราอดคิดไม่ได้ว่า ผู้หญิงที่มองว่า ถ้าพระเอก หล่อ รวย (…วยใหญ่) จะทำอะไรก็ได้นี่ มันน่าจะมีแต่พวก Gold Digger เท่านั้น หรือว่าไม่ใช่?

มันมีแนวคิดหนึ่งที่คิดว่าอวัยวะเพศชายคือทุกสิ่งทุกอย่าง  มันถึงมีคำเรียกหาอีกอย่างว่า “เจ้าโลก” อาจจะเป็นเพราะว่าโบราณนานมา เพศชายเป็นศูนย์กลางอำนาจ สตรีล้วนแล้วแต่เข้าหาศูนย์กลางของอำนาจ โดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ เรียกว่า Penis Envy หรือการอิจฉาอวัยวะเพศชาย ซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยเฉพาะในหมู่ Feminism ว่าทฤษฎีนี้มีความน่าเชื่อถือเพียงใด เราจะตัดประเด็นเรื่องการถกเถียงนี้ออกไปก่อน แต่เอามาเป็นตัวตั้งสำหรับ “365 DNI”

ตัวเอกชาย คือตัวแทนของชายผู้มีอำนาจ เชื่อว่าตัวเองจะทำให้หญิงสาวรักได้เพราะตัวเองคือศูนย์กลางจักรวาล เชื่อว่าตัวเองมีอำนาจและเงินทองพอจะบันดาลใจให้หญิงสาวยอมสยบ มีความเชื่อว่าตัวเองน่าดึงดูดในเรื่องเซ็กซ์ (แต่ทั้งเรื่องเห็นแต่ความ “แตกไว”)

เราไม่ได้อยู่ในโลกที่ตั้งบนองคชาติเสียหน่อย

เรามองว่า ถ้า อาชญากรรมทางเพศ กลายเป็นเรื่องปกติเมื่อไหร่มันน่ากลัว ถ้าเรายังมองว่าการที่พระเอก ล่วงละเมิด นางเอก เริ่มต้นไม่ชอบหน้า ใช้วาจาเชือดเฉือน ใช้กำลังกักขังหน่วงเหนี่ยมข่มขืนจิตใจ แต่สุดท้ายได้กัน คนดูคนอ่านก็ลุ้นให้มันได้กันโดยไม่สนใจวิธีการ คนดูก็จิกหมอนนอนฝันเป็น Sex Fantasy บางคนก็บอกว่านางเอกมัน “ซึน” (ซึนเดเระ) คือจริง ๆ ชอบแหละ แต่แสดงออกมาตรงข้าม

การพยามเอาคำว่า “โรแมนติก” มากลบเกลื่อนเรื่องเลวร้ายจนคนไม่ทันคิดว่านั่นคือการล่วงละเมิด ในขณะที่ใครหลายคนกำลังเรียกร้องให้ลงโทษหนักกับคดีข่มขืนและพวกตามติดสร้างความรำคาญและความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ในชีวิตจริง แต่ก็มีใครหลายคนที่ยินดีไปกับการล่วงละเมิดโดยอ้างว่าเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน

เอ่อ…ฆาตกรหลายคนแยกเรื่องเพ้อฝันกับความจริงไม่ออกนะ อย่าลืม

 และในชีวิตจริง เหยื่อที่โดนละเมิดแทบเหมือนตกนรกจะสร้างกลไกทางจิตอย่างที่เรียกว่า สต็อกโฮล์มซินโดรม ซึ่งแบบนั้นไม่ใช่เจตจำนงเสรี

เรามองว่า ถ้าเราปล่อยให้คนได้เคยชินกับอะไรสักอย่าง ต่อให้รับรู้ว่ามันเป็นแค่จินตนาการ แต่อาจจะมีสักชั่ววูบหนึ่งของอารมณ์ที่มันอาจครอบงำเราได้ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ว่า การเสพสื่อแบบนี้จะมีผลต่อทัศนคติคนดูหรือไม่

บางคนก็แย้งว่า นี่สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง และผู้ชมควรมีวิจารณาญาณในการรับชม

นึกถึงคำหยาบต่าง ๆ ก็ได้ เมื่อก่อนจะไม่ค่อยได้ยินนะ (หรือเราเติบโตมาในสังคมผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดินก็ไม่รู้ แต่สมัยเรียนไม่ค่อยมีเพื่อนพูดคำหยาบ และเรารู้สึกว่าหลาย ๆ คำมันเป็นคำที่ไม่คุ้นลิ้นในการเอ่ยออกมา) ทุกวันนี้เด็กไม่กี่ขวบใช้คำหยาบในสื่อสังคมออนไลน์ ภาพยนตร์ ละคร ต่าง ๆ สำแดงคำหยาบกันเป็นเรื่องปกติ โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ

“365 DNI” ทำให้เรารู้ว่าแนวคิดแบบนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ยังเป็นคติมายาอยู่ในหลายแห่งทั่วโลก ก็แปลกดีในสมัยที่คนเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันขนาดนี้ แต่ยังทำกับสตรีเหมือนสิ่งของ

แต่ดูเหมือนคนจะสนใจ Sex Scene มากกว่าเนื้อหา (เออ ก็มันเป็นจุดขายนี่) ถ้าอย่างนั้นก็ให้มันเป็น porn movie ที่ทำออกมาเพื่อสนองความต้องการของคนในระดับ Animal Instinct เท่านั้น

By Unnamed Sheep

The Lord is my shepherd, I shall not want He makes me down to lie Through pastures green He leadeth me the silent waters by With bright knives, he releaseth my soul

แสดงความคิดเห็น