R.I.P. Carrie Fisher

เผยแพร่ครั้งแรก:

·

ในหมวดหมู่:

ปรับปรุงล่าสุด

R.I.P. Carrie Fisher ณ วันที่ เจ้าหญิงเลอากลับคืนเป็นหนึ่งเดียวกับพลัง

เจ้าหญิงเลอา จมหายไปกับแสงจันทร์ ถูกรัดคอด้วยเสื้อชั้นในของตัวเอง

นั่นคือสิ่งที่ แคร์รี ฟิชเชอร์ เคยเขียนติดตลกไว้เกี่ยวกับคำไว้อาลัยถึงเธอควรจะเป็นเช่นไร

แคร์รี ฟิชเชอร์ นักแสดงที่รู้จักกันดีในบทบาทเจ้าหญิงเลอาในภาพยนตร์เรื่อง สตาร์วอรส์ (Star Wars – สงครามดวงดาว) เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้วยวัย ๖๐ ปี โดย บิลลี ลอร์ด ลูกสาวของเธอได้ออกมายืนยันการเสียชีวิตของเธอว่า แม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย

R.I.P. Carrie Fisher - สู่สคติ เจ้าหญิงเลอา

บทบาทสำคัญของแคร์รี ก็คือการรับบท เจ้าหญิงเลอา ออร์กานา แห่งอัลเดอราน (Princess Leia Organa of the planet Alderaan) ในช่วงเวลาสงครามระหว่างดวงดาว เธอคือคนที่ลุกขึ้นมาจับปืน วางแผน และท้าทายจักรวรรดิแบบไม่กลัวใคร 

ภาพของเธอในชุดขาว กับทรงผมก้อนซินนามอนโรลที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำแห่งวัฒนธรรมพอป ยังคงเป็นอมตะในหัวใจของแฟน ๆ สตาร์วอรส์ ทั่วจักรวาล

เจ้าหญิงที่ไม่ใช่แค่เจ้าหญิง

R.I.P. Carrie Fisher

Star Wars: A New Hope (1977) เป็นเรื่องแรกที่เราได้เห็นแครีในภาพลักษณ์เจ้าหญิงเลอา ที่เป็นนักสู้ ไม่ใช่เจ้าหญิงอ่อนแอที่รอให้ลุค สกายวอล์คเกอร์ หรือฮัน โซโล มาช่วย แต่เธอเป็นคนที่ถือปืนบลาสเตอร์ ฝ่าแนวสตรอมทรูปเปอร์ และเป็นหัวหน้าคณะกบฏที่ต่อสู้กับอำนาจเผด็จการของจักรวรรดิอย่างแน่วแน่ แม้จะถูกจับ ทรมาน หรือเห็นดาวบ้านเกิดของตัวเองถูกทำลาย

และเลอา คือภาพสะท้อนของแครีในชีวิตจริง หญิงสาวผู้ฉลาดเฉียบคม แข็งแกร่ง ตรงไปตรงมา เป็น ผู้นำ และไอคอนทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีเสน่ห์ และมีมิติท่ามกลางเหล่าเจไดและซิธ เลอาคือเส้นบาง ๆ ระหว่างโลกแห่งพลังเข้ากับโลกแห่งอารมณ์ เธอเป็นทั้งพี่สาว ภรรยา แม่ ผู้นำกองทัพ

ในไตรภาคหลัง (The Force Awakens, The Last Jedi, The Rise of Skywalker) แครีกลับมารับบทเลอาอีกครั้ง พลเอกแห่งกองกำลังต่อต้าน ผู้แบกรับความสูญเสียของทั้งครอบครัว เพื่อน และความหวังของกาแล็กซีไว้บนบ่าทั้งสองข้าง

แม้สุขภาพจะไม่เอื้ออำนวย แต่แครีก็ถ่ายทำฉากของเธอจนจบ และทีมผู้สร้างยังใช้ฟุตเทจที่ถ่ายไว้ก่อนหน้า เพื่อมอบบทสรุปที่งดงามให้กับตัวละครของเธอใน The Rise of Skywalker (2019) และนั่นอาจจะเป็นการอำลาที่สะเทือนใจและเปี่ยมไปด้วยความรักและเกียรติยศ

ในชีวิตจริง แครีเป็นนักเขียนที่เฉียบแหลม เป็นนักพูดที่กล้าพูดความจริง เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและการด้านสุขภาพจิต เธอกล้าเปิดเผยเรื่องการต่อสู้กับภาวะไบโพลาร์และการเสพติดของตนเอง  เธอมีถ้อยคำที่โดดเด่นและเปี่ยมอารมณ์ขัน คุณสามารถเห็นสิ่งนี้ได้จากนวนิยายของเธอ (เช่น Postcards from the Edge) และจากบันทึกความทรงจำของเธอ (เช่น The Princess Diarist) แต่ผลงานที่ดีที่สุดของเธออาจเป็นคำไว้อาลัยที่ฟิชเชอร์เขียนให้กับตัวเอง

R.I.P. Carrie Fisher

“She drowned in moonlight, strangled by her own bra.”

Wishful Drinking

นี่คือคำจารึกบนป้ายหลุมศพสมมติที่เธอเคยพูดด้วยอารมณ์ขัน เพื่อล้อเลียนจากกฎของ จอร์จ ลูคัส ที่ไม่ให้ใส่ชุดชั้นในในอวกาศ เพราะ “มันไม่มีแรงโน้มถ่วง”

เธออธิบายในหนังสือ Wishful Drinking ว่าจอร์จ ลูคัสได้อธิบายว่าทำไมกาแล็กซีอันไกลโพ้นถึงเป็นเขตปลอดชุดชั้นใน ซึ่งทำให้เธอเกิดมุกตลกเกี่ยวกับสิ่งที่เธอต้องการจะไปในที่สุด:

“ตอนนี้ฉันคิดว่านี่คงเป็นคำไว้อาลัยที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันจึงบอกเพื่อน ๆ ที่อายุน้อยกว่าว่าไม่ว่าฉันจะเป็นยังไง ฉันก็อยากให้มีรายงานว่า ฉันจมหายไปกับแสงจันทร์ ถูกรัดคอด้วยเสื้อชั้นในของตัวเอง”

และนี่คือสิ่งที่ Unnamed Sheep จะรายงานการตายของแครี

R.I.P. Carrie Fisher

เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แครี ฟิชเชอร์จมหายไปกับแสงจันทร์ ถูกรัดคอด้วยเสื้อชั้นในของตัวเอง

แครี ฟิชเชอร์อาจจากไปแล้ว…

แต่เลอา ออร์กานา จะยังยืนหยัดอยู่ในทุกเสียงของขบวนการกบฏ

May the Force be with you. Always.