Colin Kaepernick

Colin Kaepernick เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้กับไนกีโดยใช้ประโยคว่า “Believe in something even if it means sacrificing everything” หรือ “เชื่อมั่นในบางสิ่งแม้ว่ามันจะต้องสังเวยด้วยทุกสิ่ง”

Colin Kaepernick – คอลิน เคเปอร์นิก อดีตควอเตอร์แบ็กทีมซานฟรานซิสโกโฟร์ตีนายเออรส์ เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้กับไนกีโดยใช้ประโยคว่า “Believe in something even if it means sacrificing everything” หรือ “เชื่อมั่นในบางสิ่งแม้ว่ามันจะต้องสังเวยด้วยทุกสิ่ง” กลายเป็นไวรัลและข้อถกเถียงกันมากมาย

ตอนแรกก็อยากจะเล่นบ้าง โดยเอาภาพ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเยอรมนีช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 มาใส่พร้อมกับใส่ประโยค “Believe in something even if it means sacrificing everything”

โชคดีที่นึกอะไรได้ก่อนที่จะโพสต์ไป และตัดสินใจจะไม่โพสต์อะไรแบบนั้นออกไป

ความตั้งใจเดิมแค่อยากจะสื่อว่า ประโยคหนึ่งประโยค ของ คอลิน เคเปอร์นิก ทำไมถึงสร้างข้อโต้แย้งในสังคมได้มากพอตัว ขณะเดียวกัน ก็อยากจะเสนออีกด้านว่า การมุ่งมั่นนั้นใช่ว่าจะออกมาดีไปเสียทุกครั้ง

ถ้าเราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเชื่อ จนทำได้ทุกอย่าง แม้แต่กำจัดสิ่งที่เราคิดว่าขัดขวางความเชื่อของเรา หรือ ยอมสร้างสงครามเพื่อความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นอย่างไร? จึงเลือกภาพของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มาใช้ แต่เกรงว่าอาจมีคนตีความไปว่าสนับสนุนแนวคิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักหากเกิดการสื่อสารผิดแบบนั้น เลยกลับลำไปตั้งตัวใหม่

Dream Crazy

โฆษณาที่ชื่อ ดรีมเครซี (Dream Crazy ) ของไนกี เปิดตัวโฆษณาครั้งแรกในเกมเปิดฤดูกาลอเมริกันฟุตบอล เมื่อค.ศ. ๒๐๑๘ ระหว่างฟิลาเดลเฟียอีเกิลส์กับแอตแลนตาฟอลคอนส์ ซึ่งมีเสียง คอลิน เคเปอร์นิก เล่าเรื่องของนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่หลายคน โดยมีประโยคเด็ดว่า Believe in something even if it means sacrificing everything

และประโยคนี้ก็กลายเป็นประโยคเด็ดที่มีคนพูดถึง โต้แย้ง ทำมีม กันทั่วไปในเวลาอันรวดเร็ว

If people say your dreams are crazy…If they laugh at what they think you can do…good….stay that way.

Because what non-believers fail to understand is that calling a dream crazy is not an insult

It’s a compliment.

Don’t try to be the fastest runner in your school or the fastest runner in the world. Be the fastest ever.

Don’t picture yourself wearing OBJ’s jersey. Picture OBJ wearing yours.

Don’t settle for homecoming queen or linebacker. Do both.

Lose 120 pounds and become an Ironman…after beating a brain tumor.

Don’t believe you have to be like anybody…to be somebody.

If you’re born a refugee. Don’t let it stop you from playing soccer…for the national team…at age 16.

Don’t become the best basketball player on the planet. Be bigger than basketball.

Believe in something. Even if it means sacrificing everything.

When they talk about the greatest team in the history of the sport, make sure it’s your team.

If you have only one hand, don’t just watch football…play it at the highest level.

And if you’re a girl from Compton, don’t just become a tennis player. Become the greatest athlete ever. Yeah, that’s more like it. So don’t ask if your dreams are crazy. Ask if you’re crazy enough.

โฆษณา

ประโยคนี้อาจจะไม่ทรงพลังและทำให้คนพูดถึงขนาดนี้ ถ้าคนที่พูดไม่ใช่ คอลิน เคเปอร์นิก เพราะปูมหลังของเขาทำให้ประโยคนี้มีพลัง

Colin Kaepernick

ย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ. ๒๐๑๖ ตอนนั้นยังเป็นควอเตอร์แบ็กทีมซานฟรานซิสโกโฟร์ตีนายเออรส์ ระหว่างการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่ปรกติจะเปิดเพลง “เดอะสตาร์สแปงเกิลด์แบนเนอร์” ก่อนการแข่งขัน ซึ่งปรกติชาวอเมริกันจะยืนขึ้นเมื่อเพลงนี้บรรเลงจะลุกขึ้นยืนเพราะเป็นเพลงชาติอเมริกา แต่คอลินและนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลส่วนหนึ่ง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแอฟริกัน-อเมริกัน หรือพูดง่าย ๆ ผิวดำ) ตัดสินใจนั่งระหว่างเพลง “เดอะสตาร์สแปงเกิลด์แบนเนอร์” บรรเลงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนตระหนักถึงปัญหาของคนผิวสี ที่เรียกว่า แบล็กไลฟ์แมตเตอร์ หรือ ชีวิตคนดำก็มีความหมาย

คอลิน เคเปอร์นิก ให้เหตุผลว่า

ผมจะไม่ลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความภาคภูมิใจในธงของขาติที่กดขี่คนผิวดำและคนสีผิวอื่น สำหรับผมนี่มันเป็นเรื่องใหญ่กว่าฟุตบอลและมันคงเห็นแก่ตัวหากผมมองไปทางอื่น เพราะมีศพอยู่บนถนนและมีคนที่ได้รับเงินเมื่อลาออกและรอดตัวจากคดีฆาตกรรม

Colin Kaepernick

แต่ผลการกระทำของคอลิน ทำให้เขาโดนลงโทษและไม่มีทีมใดเซ็นสัญญากับเขาทำให้ไม่ได้เล่นตลอดสองปีหลังจากนั้น และโดนประนามว่าไม่ให้เกียรติต่อประเทศชาติและเหล่าวีรชนผู้เสียสละชีวิตเพื่ออเมริกา แม้แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเน้นชาตินิยมผิวขาวก็ยังร่วมประณามเขาด้วย

 แต่เขาได้รับรางวัล มูฮัมหมัด อาลี จากนิตยสาร สปอร์ตอิลลัสเต็ด รางวัลพลเมืองแห่งปีจาก จีคิว  รางวัล ทูตมโนธรรม จาก แอมเนสตี

คำพูดของคอลินในโฆษณาที่ว่า “เชื่อมั่นในบางสิ่งแม้ว่ามันจะต้องสังเวยด้วยทุกอย่าง” จึงมีความหมายหนักแน่นจริงจัง เพราะเจ้าตัวได้พิสูจน์คำพูดของเขามาแล้ว

และมันก็มีกระแสตอบรับและโต้แย้งตามมา

ประโยค Believe in something even if it means sacrificing everything เป็นคำพูดของคนที่มีความเชื่อมั่นแรงกล้า สุดแต่ว่าสิ่งที่เชื่อจะเป็นเรื่องใด หลายคนในประวัติศาสตร์ทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นแม้จะต้องสังเวยทุกอย่างในชีวิตแล้วโดนคนรุ่นหลังประณาม ขณะที่หลายคนได้รับความชื่นชม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เชื่อมั่นและฝันถึงโลกที่มีสายเลือดอารยันบริสุทธิ เนลสัน แมนเดลา เชื่อมั่นว่าการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมระหว่างสีผิวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

สัมมาทิฏฐิกับมิจฉาทิฏฐิ มันห่างกันแค่เส้นบาง ๆ ระหว่างความเชื่อ ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าเราเลือกข้างไหน

สุดท้ายจึงเลือกใช้ภาพ อนาคิน สกายวอร์กเกอร์ จาก รีเวนจ์ออฟเดอะซิธ เพราะอนาคินเชื่อว่าเขาจะช่วยแพดเมได้หากเขาเข้าสู่ด้านมืด ซึ่งเขาได้สังเวยชีวิตคนในสภาเจได และสุดท้ายรวมถึงด้านสว่างในใจของเขาเพื่อสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นหนทางที่ถูกต้องและสมควร

ผู้เขียน: Unnamed Sheep

The Lord is my shepherd, I shall not want He makes me down to lie Through pastures green He leadeth me the silent waters by With bright knives, he releaseth my soul

แสดงความคิดเห็น